Omega 3 Fish Oil Ultra strength Viva Labs 180 softgels

฿0 ฿ 2,050

ในน้ำมันปลามี DHA เป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะมีความสำคัญมากๆ ในช่วงของการตั้งครรภ์ ... ในช่วงที่ลูกน้อยอยู่ในครรภ์จะได้ รับดีเอชเอ ผ่านสายรกโดยตรง

ป้ายกำกับ: | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
  • Description

Product Description

Omega 3 Fish Oil Supplement Viva Labs 180 softgels

รูปแบบใหม่


แบบเก่า

น้ำมันปลา (Fish Oil) คืออะไร?


น้ํามันปลา (Fish Oil) คือส่วนที่สกัดมาจากส่วนของเนื้อ หนัง หัว หาง ของปลา  ปลาที่นิยมนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันปลาคือปลาทะเลในเขตหนาว โดยได้มีการวิจัยว่าในน้ำปลาจะมีกรดไขมันอยู่หลากหลายชนิด


กรดไขมันที่มีประโยชน์ชนิดใดมีในน้ำมันปลา (Fish Oil) บ้าง?


-กรดไขมันโอเมก้า-3 โดยจะแบ่งออกเป็น EPA และ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกายมากเนื่องจากร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้  ร่างกายจะได้รับจากการรับประทานสารอาหารที่มีกรดไขมันนี้เท่านั้น ดังนั้น การรับประทานน้ำมันปลาจึงทำให้ร่างกายได้รับกรดไขมันโอเมก้า-3ทุกวัน

-กรดไขมันโอเมก้า-6 ช่วยลดไขมันในเลือด ซึ่งนอกจากน้ำมันปลาแล้ว โอเมก้า-6 ยังสามารถพบได้ในน้ำมันพืชด้วยเช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน เป็นต้น



ประโยชน์ของน้ำมันปลาที่ควรรู้มีอะไรบ้าง?


1. น้ำมันปลาช่วยบำรุงผิว เส้นผม และเล็บให้มีสุขภาพดี
2. น้ํามันปลาช่วยบำรุงประสาทและสมอง ช่วยเพิ่มความจำและความสามารถในการเรียนรู้
3. น้ำมันปลาช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและไตรกรีเซอไรด์ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
4. น้ำมันปลาช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจวายเฉียบพลัน ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจควรรับประทานน้ำมันปลา
5.  น้ำมันปลาช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง และช่วยลดความดันโลหิต
6.  น้ำมันปลาช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน
7.  น้ํามันปลาช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัว
8.  น้ำมันปลาช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในกระแสเลือด เพราะไปลดความหนืดของเกล็ดเลือด และลดปริมาณสารไฟบรินในเลือด
9.  น้ำมันปลาช่วยรักษาและลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม
10.น้ำมันปลาช่วยบรรเทาอาการคันและแห้งของโรคสะเก็ดเงิน ทำให้ผิวพรรณชุ่มชื่น ไม่แห้ง
11.น้ำมันปลาช่วยลดความถี่และความรุนแรงจากการปวดศีรษะไมเกรน
12.น้ํามันปลาช่วยต่อต้านผลร้ายจากสารโพรสตาแกลนดิน โดยมีส่วนไปลดภูมิต้านทานของโรคและไปเพิ่มการเจริญเติบโตของเนื้องอก
13.น้ำมันปลาช่วยบรรเทาอาการอักเสบ ปวด บวมของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
14.น้ำมันปลาช่วยเพิ่มพัฒนาการในด้านสายตาและสมองของทารก
15.น้ำมันปลาช่วยป้องกันการเกิดภาวะสมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ 


โอเมก้า-3 กับทารกในครรภ์

 
นอกจากโอเมก้า-3 จะมีความสำคัญต่อคุณแม่ท้องแล้ว ก็ยังมีความสำคัญต่อทารกในครรภ์มากด้วยเช่นกัน เพราะว่าดีเอชเอของโอเมก้า-3 มีส่วนสำคัญในการสร้างระบบประสาท และเรติน่าเซลล์ในระยะสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ในคุณแม่ท้องที่ได้รับโอเมก้า-3 เสริมระหว่างที่ตั้งครรภ์ จะทำให้ทารกในครรภ์มีความฉลาด และระบบสายตาดี  ทั้งนี้เนื้อเยื่อสมองของทารในครรภ์จะมีไขมันอยู่ประมาณ 60% ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยด้วยดีเอชเอ ซึ่งความสำคัญของดีเอชเอมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมอง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของความจำ ขั้นตอนการทำงานของสมอง ความตั้งใจ และการคิดในระดับที่สูงขึ้น
 
สำหรับคุณแม่ท้องที่ได้รับดีเอชเออย่างเพียงพอ จะพบว่าความพัฒนาการในการเรียนรู้ของเด็กจะเพิ่มขึ้นในระยะต่างๆ เช่น การรับรู้ที่ดีขึ้นในช่วง 6 เดือน การแก้ปัญหาของเด็กจะทำได้ดีในช่วง 9-10 เดือน และการคิด การใช้เหตุผลที่ดีในช่วง 18 เดือนเป็นต้นไป
 
ประโยชน์ที่คุณแม่ท้อง และทารกน้อยในครรภ์จะได้รับจากทานอาหารที่มีโอเมก้า-3 เป็นประจำแล้วนั้น ก็ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด ข้ออักเสบ รวมทั้งมะเร็งเต้านม เป็นต้น เห็นไหมคะ…ประโยชน์มากมายขนาดนี้ ใครที่ไม่ชอบทานปลา เห็นทีต้องคิดใหม่แล้วล่ะค่ะ เพราะการเป็นแม่ที่สมบูรณ์แข็งแรง ต้องมาจากการเตรียมพร้อมดี ที่ส่วนหนึ่งได้จากการรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์จากโอเมก้า-3
 

ที่มา แหล่งข้อมูล จาก https://th.theasianparent.com/

คุณแม่ตั้งครรภ์ทานอย่างไรให้ลูกน้อยฉลาด


กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega 3) เป็นโครงสร้างไขมันจำเป็นในช่วงตั้งครรภ์ค่ะ ซึ่งโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยพัฒนาการทางสมองและจอประสาทตาของทารก ทั้งยังช่วยลดโอกาสคลอดก่อนกําหนดด้วย สถานบันโภชนาการอาหารและ ACOG (American College of Obstetrics and Gynecology) แนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์ควรทานปลาหรืออาหารทะเล ประมาณ 8-12 ออนซ์ต่อสัปดาห์เพื่อให้ทารกได้รับปริมาณ EPA และ DHA อย่างเพียงพอ
 
จากการวิจัยพบว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ทานอาหารที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันโอเมก้า-3 อย่าง เพียงพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ ทารกจะมีพัฒนาการในด้านการเรียนรู้ มองเห็น จดจำและทักษะในการเคลื่อนไหวของส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีมากกว่าทารกที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ได้กินอาหารที่มีส่วนประกอบของ กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่เพียงพอระหว่างที่ตั้งครรภ์
 
คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนอาจไม่กล้าทานปลาเพราะเกรงว่าจะมีปริมาณสารปรอทสูง (พบในปลาโอ ฉลาม ปลาดาบ และปลาไทล์) ซึ่งจะทําให้เกิดอันตรายต่อพัฒนาการของทารกในครรภ์ แต่งานวิจัยหลายชิ้นก็สนับสนุนว่า ยังมีปลาที่มีโอเมก้า 3 มากมายที่ปลอดภัย (เช่นปลาทูน่าบางประเภท) และสามารถทานได้ระหว่างตั้งครรภ์และในช่วงให้นมบุตร หากคุณแม่ไม่มั่นใจว่าได้รับโอเมก้า 3 เพียงพอในช่วงตั้งครรภ์หรือช่วงให้นมบุตรแล้วล่ะก็ สามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาหารเสริมโอเมก้า 3 เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ได้รับกรดไขมันที่จําเป็นนี้อย่างเพียงพอค่ะ
 
สําหรับคุณแม่ที่ทานมังสวิรัสอาจได้รับโอเมก้า 3 จากอาหารเสริมคุณค่า DHA หรือไข่ไก่จากไก่ที่เลี้ยงด้วยสาหร่ายเซลล์เดียวอุดมด้วย DHA หรือทานอาหารเสริมสกัด DHA จากสาหร่ายได้ค่ะ

 

แหล่งที่มา :
Diana Kelly. You’re Probably Not Getting Enough Omega 3. In Fit Pregnancy [Online]. Available: http://www.fitpregnancy.com/nutrition/youre-probably-not-getting-enough-omega-3

Omega 3 Fish Oil Supplement Viva Labs วิธีรับประทาน

 รับประทานน้ำมันปลา 2 แคปซูลพร้อมอาหาร

เด็กอายุ 2-12 ปี รับประทานน้ำมันปลาวันละ 1 แคปซูล

**คนไข้เป็นโรคไขข้ออักเสบหรือรูมาตอยด์**

ผู้ใหญ่ รับประทานน้ำมันปลามื้อละ 4 แคปซูล โดยรับประทานวันละ 3 มื้อพร้อมอาหารทันที
เด็กอายุ 2-12 ปี ควรรับประทานตามคำแนะนำของแพทย์



ข้อแนะนำเพิ่มเติมในการรับประทานน้ำมันปลา (Fish Oil)


- หากต้องการรับประทานน้ำมันปลาเป็นอาหารเสริมป้องกันการเกิดโรคหัวใจเราควรรับประทานวันละ 1,000 มิลลิกรัมหลังอาหาร 
- หากต้องการรับประทานน้ำมันปลาเพื่อรักษาโรค ควรรับประทานวันละ 3,000 มิลลิกรัม หรือตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ
- ถ้าหากเราไม่ชอบรับประทานปลาหรือไม่สามารถรับประทานปลาได้อย่างสม่ำเสมอ อาจจะเลือกรับประทานอาหารเสริมประเภทน้ำมันปลา(Fish Oil) แทนก็ได้ค่ะ
- ในบางคนการรับประทานอาหารเสริมโอเมก้า-3 ในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดอาการฟกช้ำ เลือดออกได้ง่ายจากอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย ดังนั้นผู้ที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดอาการฟกช้ำหรือเลือดออกง่ายควรหลีกเลี่ยง


Omega 3 Fish Oil Ultra strength Viva Labs 180 softgels ส่วนประกอบ


Fish oil Concentrate  2,200 mg
Total  Omega-3 Fatty Acids 2,000 mg
EPa  (Eicosapentaenoic Acid)  1400 mg

DHA (Docosahexaenoic Acid)  480 mg
Other Omega-3 Fatty Acids 120 mg






ขนาดบรรจุ 180 ซอฟท์เจล
      

            









comments powered by Disqus