น้ำมันมะพร้าวผสมกระเทียม ตรา หมี่มี่ปี่ปี้ (MEMEPEPE)

฿0 ฿ 450

น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันชนิดเดียวในโลกที่มีกรดไขมันขนาดกลางสูงที่สุด ถึง 63% ส่วนกระเทียมมีสารกำมะถันสูงมากเช่นกัน มีกรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid - ALA) ซึ่งประโยชน์หลักของมันคือ ช่วยให้สารต้านอนุมูลอิสระทำงานได้ยาวนานขึ้น มันช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยละลายลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันและบรรเทาปัญหาแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน บำรุงตับ ป้องกันโรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ ล้างพิษออกจากร่างกาย และปัญหาผิว เป็นต้น

ป้ายกำกับ: | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
  • Description

Product Description

น้ำมันมะพร้าวผสมกระเทียม ตรา หมี่มี่ปี่ปี้ (MEMEPEPE)







 

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันสายกลางที่ร่างกายสามารถเผาผลาญได้ง่าย มีการศึกษาพบว่า คนที่กินน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำจะมีระดับคอเลสเตอรอลรวมต่ำกว่าคนที่กินไขมันอื่น นอกจากนั้นยังลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ มันช่วยลดน้ำหนัก ช่วยผลิตฮอร์โมนและปรับความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ส่งเสริมการทำงานของไทรอยด์ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้เซลล์ในร่างกายสมบูรณ์

องค์ประกอบในน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันอิ่มตัวมากกว่า 90% และมีไขมันไม่อิ่มตัวเล็กน้อย กรดไขมันอิ่มตัวส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันขนาดปานกลาง (medium chain fatty acid)
กรดไขมันอิ่มตัว
40% ของกรดไขมันอิ่มตัวที่พบในน้ำมันมะพร้าว เป็น Lauric acid (กรดลอริก) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถดูดซึมที่ลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรงและนำไปใช้ที่ตับได้อย่างรวดเร็ว และกรดไขมันอิ่มตัวอื่นๆ ได้แก่ Capric acid  Caprylic acid   Myristic acid และ Palmitic acid
กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่พบในน้ำมันมะพร้าวคือ
-     Linoleic acid (กรดลิโนเลอิก) ร่างกายสามารถเปลี่ยนกรดชนิดนี้เป็น EPA ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของสมอง และการสืบพันธุ์ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญกรดไขมันอิ่มตัวได้ดีขึ้น
-     Oleic acid (กรดโอลิอิก)  ซึ่งช่วยลดไขมันในเลือดชนิด LDL ที่เป็นคลอเรสเตอรอลที่ไม่ดีให้ลดลง
ในน้ำมันมะพร้าว 100 กรัม จะให้พลังงาน 862 กิโลแคลอรี่ เป็นไขมันอิ่มตัวทั้งหมด 87 กรัม  

 

Lauric acid (กรดลอริค) ในน้ำมันมะพร้าว คืออะไรและดีอย่างไร

ในน้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริก ซึ่งเป็นกรดไขมันสายกลางที่พบมากในน้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำกะทิอริก  ซึ่งเป็นกรดตัวเดียวกันที่พบอยู่ในน้ำนมแม่ ดังนั้นการทานน้ำมันมะพร้าวก็เหมือนเป็นการเพิ่มปริมาณกรดลอริกในน้ำนมแม่
กรดลอริกเป็นกรดที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย เมื่อเราทานกรดลอริกเข้าไป ร่างกายเราจะเปลี่ยนมันเป็น “โมโนลอริน”  ซึ่งทำหน้าที่คล้ายกับยาปฏิชีวนะ แต่ต่างกันตรงที่ไม่ทำให้ดื้อยา และยาปฏิชีวนะไม่สามารถทำลายเชื้อโรคบางตัวได้เพราะเชื้อโรคบางตัวมีไขมันเป็นเกราะหุ้มอยู่ แต่น้ำมันมะพร้าวสามารถเจาะเกราะนี้เพื่อให้สารโมโนลอรินเข้าไปทำงานได้ นอกจากนั้นโมโนลอรินสามารถแยกแยะเชื้อโรคได้ จึงเลือกทำลายจุลินทรีย์ไม่ดีเท่านั้น ทำให้ร่างกายของเรายังมีจุลินทรีย์ตัวที่มีประโยชน์อยู่ในลำไส้ของเรา

 

น้ำมันมะพร้าวกับการตั้งครรภ์

สำหรับคนที่อยากท้อง น้ำมันมะพร้าวจัดว่าเป็นไขมันดีที่น่าสนใจ การศึกษาจาก American Journal of Clinical Nutrition แสดงให้เห็นว่า คนที่กินไตรกลีเซอไรด์ห่วงโซ่สายกลาง เช่น น้ำมันมะพร้าว จะมีไขมันหน้าท้องลดลงมากกว่าคนที่กินน้ำมันมะกอก ซึ่งการที่เราเรามีไขมันสะสมในหน้าท้องมาก ๆ มันจะส่งเสียผลต่อการเจริญพันธุ์

-       น้ำมันมะพร้าวช่วยควบคุมความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีลูกยาก เนื่องจากมันจะส่งผลกระทบต่อรอบเดือน และการตกไข่ ซึ่งการรักษาไขมันดีในร่างกายให้สมดุลก็จะดีต่อต่อมไทรอยด์ และไขมันดีที่พบในน้ำมันมะพร้าวสามารถดูดซึมที่ลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ดีกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น มันเลยช่วยให้ต่อมไทรอยด์ทำงานได้ดี และน้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ, ต้านแบคทีเรีย ที่อาจจะเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้เกิดความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ได้ด้วย

-       น้ำมันมะพร้าวช่วยควบคุมการหลั่งอินซูลิน
นอกจากนั้นน้ำมันมะพร้าวยังช่วยควบคุมการหลั่งอินซูลินด้วย อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ยิ่งระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดสูงมากเท่าไหร่ อินซูลินในร่างกายเราก็จะยิ่งหลั่งเข้าสู่กระแสเลือดมากเท่านั้น ระดับอินซูลินที่มากเกินไปสามารถทำให้ระดับเทสโทสเทอโรนเพิ่มขึ้น จนถึงขั้นที่อาจจะหยุดการตกไข่และลดความสมบูรณ์ของการเจริญพันธุ์ได้เลย

-       น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มการเผาผลาญ
กรดไขมันสายกลางในน้ำมันมะพร้าวจะไปช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ช่วยชะลอกระบวนการย่อยอาหาร ช่วยสลายกลูโคสให้ช้าลง เพื่อให้พลังงานและระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ มีการย่อยอาหารที่ช้าลงช่วยให้ร่างกายอิ่มนานขึ้น มีประโยชน์มากสำหรับคนที่มีปัญหา PCOS เนื่องจากความต้องการคาร์โบไฮเดรตก็จะน้อยลงไปด้วย

ประโยชน์ของน้ำมันกระเทียม

-       กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและส่งเสริมความแข็งแรง
ผมร่วงหรือผมร่วงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น แนวโน้มทางพันธุกรรม การได้รับสารเคมี ตัวกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมร่วงที่สามารถแก้ไขได้คือการขาดสารอาหาร เช่นสังกะสี, แคลเซียม, เหล็ก, ทองแดง, โครเมียม, ไอโอดีนและแมกนีเซียม แร่ธาตุเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างเส้นใยผม ไบโอติน วิตามินบี (กรดโฟลิกไพริดอกซินและกรดแพนโทธีนิก) วิตามินเอและวิตามินอีช่วยบำรุงสุขภาพหนังศีรษะและรากผม กระเทียมอุดมไปด้วยแร่ธาตุเหล่านี้ ดังนั้นการรับประทานกระเทียมหรือน้ำมันกระเทียมสามารถป้องกันผมร่วงได้ และเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม

-       รักษาโรคผิวหนังและสมานแผล
น้ำมันและสารสกัดจากกระเทียมมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ ต้านเชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นการเกิด fibrinolytic ที่ช่วยในการสลายลิ่มเลือด และการสมานแผล ซึ่งอาจใช้ทดแทนยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อแบบดั้งเดิมได้ และพบว่าน้ำมันกระเทียมยังมีประสิทธิภาพในการรักษาความหลากหลายของสภาพผิวเช่น โรคผิวหนัง, สิว, โรคสะเก็ดเงิน, การติดเชื้อรา, แผลเป็นและริ้วรอย เป็นต้น

-       ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ
น้ำมันกระเทียมมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด สารไดแอลลิลไดซัลไฟด์ (diallyl disulfide) มีหน้าที่ในต้านการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว โดยมันจะเข้าไปละลายลิ่มเลือด เพื่อป้องกันลิ่มเลือดอุดตัน นอกจากนั้นน้ำมันกระเทียมยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของหลอดเลือดและการไหลเวียน ดังนั้นจึงอาจลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด (CVD) กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือโรคหลอดเลือดสมองตีบได้อีกด้วย

-       รักษาโรคเชื้อราและยับยั้งการเกิดเชื้อรา
จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่าน้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ต้านเชื้อราที่ดีเยี่ยม ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราชนิดต่าง ๆ เช่น เชื้อราประเภทยีสต์ที่พบได้ตามปกติในระบบทางเดินอาหารและช่องคลอด (Candida albicans) โดยน้ำมันกระเทียมสามารถผ่านเยื่อบุของออร์แกเนลล์เชื้อรา ซึ่งเป็นโครงสร้างย่อยที่มีขนาดเล็กอยู่ภายในเซลล์และมีหน้าที่เฉพาะ และเข้าไปทำลายไมโตคอนเดรียและแวคิวโอลของเชื้อรา อีกทั้งยังมีผลกับการเปลี่ยนแปลงของยีนส์ที่ช่วยยับยั้งการเกิดเชื้อราได้ด้วย นอกจากนี้น้ำมันกระเทียมสามารถใช้ในการรักษาโรคเชื้อราอื่น ๆ เช่น เกลื้อน, ฮ่องกงฟุตหรือการติดเชื้อราที่เท้า การติดเชื้อที่ผิวหนัง เชื้อราภายในช่องหู เป็นต้น

-       กระตุ้นภูมิคุ้มกันและต้านการอักเสบ
น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยสารประกอบของกำมะถันที่อยู่ในน้ำมันกระเทียมจะทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้สามารถยับยั้งสารตั้งต้นที่เป็นตัวทำให้เกิดการอักเสบเช่นไนตริกออกไซด์ (NO), พรอสตาแกลนดินและอินเลคูน นั่นเอง

-       ป้องกันโรคระบบประสาทและดูแลสุขภาพสมอง
น้ำมันกระเทียมประกอบด้วยสารประกอบกำมะถันต่าง ๆ เช่น diallyl disulfide (DADS) และ diallyl trisulfide (DAT) สารประกอบอินทรีย์เหล่านี้ป้องกันการเกิดออกซิเดชันและการสะสมของคอเลสเตอรอล อีกทั้งการเกิด lipid peroxidation หรือการเสื่อมสภาพของลิพิดเพราะกระบวนการออกซิเดชัน ที่อนุมูลอิสระ "ขโมย" อิเล็กตรอนจากลิพิดของเยื่อหุ้มเซลล์แล้วทำให้เซลล์เสียหาย เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความชรา ซึ่งการที่ร่างกายมีคอเลสเตอรอลและไขมันส่วนเกินมากเกินไป จะทำให้เกิดการสร้าง Amyloid (โปรตีนที่มีการสะสมอยู่นอกเซลล์)ในสมองหัวใจและกระแสเลือด ที่ส่งผลให้เส้นเลือดหดตัวและทำให้เกิดลิ่มเลือด ซึ่งในที่สุดอาจทำให้เซลล์ประสาทเสื่อม โดยการตายของเซลล์ประสาทอย่างรวดเร็วนำไปสู่การสูญเสียความจำหรือภาวะสมองเสื่อม ในระยะต่อมาสามารถนำไปสู่โรคอัลไซเมอร์ (AD), ภาวะสมองเสื่อมหลอดเลือดและหลอดเลือดได้
 

องค์ประกอบในน้ำมันกระเทียม

กระเทียมเป็นพืชในตระกูลหัวหอมที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในปริมาณมาก ซึ่งกำมะถันตัวนี้จะที่เกิดขึ้นเมื่อกระเทียมนั้นโดนบดสับหรือเคี้ยว ซึ่งมีสารประกอบสำคัญดังต่อไปนี้
- สารอัลลิซิน (Allicin) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดการซึมผ่านของคอเลสเตอรอลจากระบบทางเดินอาหารเข้าสู่กระแสเลือด อีกทั้งช่วยต้านการแข็งตัวของเกล็ดเลือด และเป็นตัวช่วยในการเพิ่มจำนวนสเปิร์มได้อีกด้วย เนื่องจากเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศชายนั่นเอง
- สารอัลลิลซัลไฟด์ส (Allyl sulfides) ช่วยกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในร่างกาย ให้กำลังในการกำจัดสารพิษได้ดีขึ้น
- สารไดแอลลิลไดซัลไฟด์ (Diallyl disulfide) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่มีกำมะถัน พบมากอยู่ในกระเทียม และน้ำมันกระเทียม เชื่อว่าช่วยยับยั้งการเกิดเนื้องอกและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ

 

กระเทียมกับการตั้งครรภ์


สำหรับใครที่อยากมีลูก กระเทียมเป็นตัวช่วยที่ดีมาก เนื่องจากมันจะไปทำความสะอาดระบบการไหลเวียนเลือด ขจัดสารพิษในเลือดและเมื่อเลือดบริสุทธิ์ ร่างกายผู้ชายผลิตอสุจิที่มีสุขภาพดีได้มากขึ้น อีกทั้งกระเทียมมันมีสารซีลีเนียม ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการสร้างกลูตาไธโอนเพอรอกซิเดส ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระหลักของทุกเซลล์ในร่างกาย โดยร่างกายผู้ชายก็ต้องการซีลีเนียมมากกว่าผู้หญิง เพราะเกือบครึ่งของซีลีเนียมในร่างกายจะรวมกันอยู่ในอัณฑะและต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ ช่วยให้อสุจิเคลื่อนไหวดีขึ้นและช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มด้วย
นอกจากนั้นกระเทียม ยังมีวิตามิน C วิตามิน B6 ที่ช่วยลดการเกิดข้อบกพร่องของโครโมโซม ช่วยให้การตกไข่ดีขึ้น ไข่สมบูรณ์ขึ้น ทำให้อสุจิแข็งแรงขึ้น และกระเทียมมียังมีอัลลิซิน (Allicin) มีส่วยช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและมีฤทธิ์ในการต้านไวรัส รวมถึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่อวัยวะเพศได้ดีขึ้น ทำให้ท้องง่ายขึ้นด้วย

 


กรดอัลฟาไลโปอิก (ALA) คืออะไร ?
 

กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid) หรือเรารู้จักกันในชื่อย่อว่า ALA เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง โดยสาร ALA เราจะพบมากที่ตับและเนื้อเยื่อต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นสารอาหารที่มีลักษณะคล้ายกับวิตามินคือสามารถละลายได้ทั้งในน้ำและในน้ำมัน จึงทำให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายไปชั้นลึกสุดของเซลล์ในระดับ DNA และยังสามารถผ่านเข้าไปที่แนวกั้นในสมอง (Blood Brain Barrier) ได้ด้วย 
 

ประโยชน์ของ ALA ในน้ำมันมะพร้าวผสมกระเทียม ตรา หมี่มี่ปี่ปี้ (MEMEPEPE)


นักวิจัยได้ค้นพบว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันชนิดเดียวในโลกที่มีกรดไขมันขนาดกลางสูงที่สุด ถึง 63%   ส่วนกระเทียมมีสารกำมะถันสูงมากเช่นกัน และยังมีสารสำคัญอื่น ๆ อีก มากกว่า 30 ชนิด เมื่อนำน้ำมันมะพร้าวมาผสมกับกระเทียม จะได้สารอาหารธรรมชาติ ที่เรียกว่า กรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha Lipoic Acid - ALA) ซึ่งมีประโยชน์มากมาย
ประโยชน์หลักของมันคือ ช่วยให้สารต้านอนุมูลอิสระทำงานได้ยาวนานขึ้น มันช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ช่วยละลายลิ่มเลือด ลดความดันโลหิต ป้องกันโรคหัวใจ ป้องกันและบรรเทาปัญหาแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน บำรุงตับ ป้องกันโรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ ล้างพิษออกจากร่างกาย และปัญหาผิว เป็นต้น
 
-       ALA ในน้ำมันมะพร้าวกระเทียมช่วยให้สารต้านอนุมูลอิสระทำงานได้ยาวนานขึ้น
การที่ ALA ช่วยส่งเสริมการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ๆ เราเรียกมันว่าเป็น Universal Antioxidant  หลักการทำงานของ ALA คือการฟื้นฟูสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ๆ ช่วย recycle สารต้านอนุมูลตัวอื่นให้หมุนเวียนกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เช่น vitamin c, vitamin e, glutathione, coenzyme q10 นอกจากนี้ยังเป็นสารทดแทนในกรณีที่สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่น ๆ ขาดแคลน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อระดับของ vitamin c และ vitamin e ที่เก็บสะสมในร่างกายของเราต่ำลง ALA จะสามารถทำงานทดแทนให้ได้ชั่วคราว

-       ALA ในน้ำมันมะพร้าวกระเทียมช่วยเรื่องปัญหาผิว
ALA ยังช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว ลดริ้วรอย ลดผิวแห้งกร้านได้ด้วย เนื่องจาก ALA มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระได้ในระดับเซลล์ ช่วยลดขนาดรูขุมขน ทำให้ต่อมไขมันทำงานได้น้อยลง รูขุมขนของเรากระชับมากขึ้น ผิวเนียนเรียบขึ้น มีการทดลองพบว่า การกิน ALA จะช่วยลดริ้วรอยแบบตื้น ๆ ได้ถึง 52% ถ้าเราทาน ALA ติดต่อกัน 3 เดือน อีกทั้ง ALA ยังช่วยลดการระคายเคืองผิวจากรังสี UV และ มลภาวะต่าง ๆ ทำให้เม็ดสีผิวสม่ำเสมอ ลดจุดด่างดำ นอกจากนี้ ALA สามารถช่วยลดสิวอีกเสบและต้านต้านแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้

-       ALA ในน้ำมันมะพร้าวกระเทียมช่วยล้างพิษ ลดคอเรสเตอรอลไม่ดี (LDL)
อีกประโยชน์ของ ALA ที่น่าสนใจคือ มันช่วยล้างพิษ โดยมันจะไปจับกับโลหะหนักที่เป็นพิษกับร่างกายเช่น สารหนู ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม แล้วขับสารโลหะหนักพวกนี้ออกจากร่างกาย นอกจากนั้นมันยังช่วยล้างสารพิษและต้านอนุมูลอิสระในตับได้ด้วย มีช่วยลด cholesterol ไม่ดี (LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยปกป้องการเกิดคราบพลัค (plaque) ที่ก่อตัวบริเวณผนังหลอดเลือด ช่วยลดอาการหลอดเลือดแข็งตัว หลอดเลือดแดงเปราะ ซึ่งมันช่วยลดความเสี่ยงของโรคไขมันอุดตันในหลอดเลือด โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ตลอดจนป้องกันโรคหัวใจ

-       ALA ในน้ำมันมะพร้าวกระเทียมช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด
หน้าที่หลักของ ALA คือ เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้กลายเป็นพลังงาน มันเลยมีคุณสมบัติเสริมการออกฤทธิ์กับอินซูลิน โดยมันจะไปกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนในการย่อยสลายน้ำตาลให้เป็นพลังงาน และไปทำลายอนุมูลอิสระที่ถูกปล่อยออกมาจากกระบวนการสลายน้ำตาลกลูโคสภายในเซลล์ จึงช่วยลดระดับน้ำตาล ลดอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน เช่น โรคเกี่ยวกับปลายประสาทอักเสบ อาการชาตามปลายมือปลายเท้า

-       ALA ในน้ำมันมะพร้าวกระเทียมช่วยลดอาการปวดเส้นประสาท
Neuropathy เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่ใช้อธิบายอาการปวดมึนงงและความรู้สึกผิดปกติที่เกิดจากเส้นประสาทถูกทำลาย บ่อยครั้งที่ความเสียหายเกิดจากความเครียดออกซิเดชันที่วางอยู่บนเส้นประสาทจากโรคเรื้อรังเช่นเบาหวาน, โรคงูสวัด, โรคต่อมไทรอยด์, ไตวายและเอชไอวี
หากได้รับ ALA ในปริมาณที่มากพอจะสามารถยับยั้งความเครียดออกซิเดชันได้โดยการต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพ มีหลักฐานพบว่าในผู้ที่เป็นโรคระบบประสาทเบาหวาน (diabetic neuropathy) ซึ่งเป็นอาการที่อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอในผู้ป่วยโรคเบาหวานขั้นสูง การทบทวนงานวิจัยในปี 2555 จากประเทศเนเธอร์แลนด์สรุปว่าการให้ ALA ปริมาณทางหลอดเลือดดำขนาด 600 มก. ทุกวันในช่วงสามสัปดาห์ ทำให้อาการปวดมึนงงและความรู้สึกผิดปกติที่เกิดจากเส้นประสาทถูกทำลายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

 



วิธีการรับประทาน น้ำมันมะพร้าวผสมกระเทียม ตรา หมี่มี่ปี่ปี้ (MEMEPEPE)

น้ำมันมะพร้าว ผสม กระเทียม ทาน 1-2 เม็ด พร้อมอาหารเช้าเย็น

 

ราคา น้ำมันมะพร้าวผสมกระเทียม ตรา หมี่มี่ปี่ปี้ (MEMEPEPE)

450 บาท

 
Source : https://www.stylecraze.com/articles/benefits-of-garlic-oil-for-skin-hair-and-health/
              https://www.verywellhealth.com/alpha-lipoic-acid-88727


 

comments powered by Disqus